logo

การอบสมุนไพร เป็นการนำสมุนไพรหลาย ๆ ชนิดมารวมกันซึ่งประกอบด้วยสมุนไพรที่มีน้ำมันหอมระเหยและสมุนไพรรักษาตามอาการ นำมาต้มจนเดือด เพื่อให้ไอน้ำ น้ำมันหอมระเหย และสารระเหยต่าง ๆ ซึ่งมีอยู่ในสมุนไพรจะออกมาสัมผัสถูกผิวหนังทำให้มีผลเฉพาะที่ และเมื่อสูดดมเข้าไปกับลมหายใจ จะมีผลต่อระบบทางเดินหายใจ

ประโยชน์ของการอบสมุนไพรมีดังนี้

1. ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตให้ดีขึ้น คลายความตึงเครียด

2. ช่วยชำระล้างและขับของเสียออกจากร่างกาย

3. ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นบรรเทาอาการปวดเมื่อย

4. ช่วยทำให้ระบบการหายใจดีขึ้น ช่วยบำรุงผิวพรรณ บรรเทาอาการคัน รักษาผดผื่น

5. บรรเทาอาการโรคภูมิแพ้ โรคผิวหนังชนิดไม่ร้ายแรงและไม่ติดเชื้อ อาการปวดบวม เหน็บชา ลมพิษ โรคหืด ยอก โรคเกาต์ และอัมพฤกษ์ เป็นต้น

6. ช่วยทำให้น้ำหนักร่างกายลดลงได้ชั่วคราว

7. บรรเทาอาการปวดประจำเดือนที่ไม่มีไข้ร่วมและหญิงหลังคลอดบุตร ช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น

8. เป็นการส่งเสริมสุขภาพ อาจใช้ร่วมกับการรักษาอื่น ๆ ตามความเหมาะสม

อันตรายจากการอบสมุนไพร อาจพบปัญหาต่าง ๆ ดังนี้

1. การอบสมุนไพรในห้องที่ทึบและแคบ จะส่งผลให้ร่างกายเกิดการขาดออกซิเจนในการหายใจ ซึ่งจะมีอันตรายต่อสุขภาพถึงขั้นเสียชีวิตได้

2. ระยะเวลาการอบสมุนไพร ถ้านานเกินไปอาจส่งผลให้ร่างกายเกิดการช็อกได้ เนื่องจากร่างกายสูญเสียเหงื่อและน้ำในปริมาณสูง

3. การติดเชื้อโรค เมื่ออบสมุนไพรร่วมกับผู้ป่วยโรคติดต่อร้ายแรง เช่น วัณโรค

 

เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายจากการอบสมุนไพร

ผู้มีปัญหาดังต่อไปนี้จึงไม่ควรอบสมุนไพร

1. มีไข้สูง (มากกว่า 38 องศาเซลเซียส) เพราะร่างกายอ่อนแอ ส่งผลให้ติดเชื้อได้ง่าย

2. โรคติดต่อร้ายแรงทุกชนิด

3. โรคประจำตัว ได้แก่ โรคไต หัวใจ หอบหืดระยะรุนแรง โรคติดเชื้อระบบทางเดินหายในระยะรุนแรง หรือรายที่มีความดันโลหิตสูง

4. สตรีมีประจำเดือน ร่วมกับมีอาการไข้และปวดศีรษะร่วมด้วย

5. มีการอักเสบจากบาดแผลต่าง ๆ

6. อ่อนเพลีย อดนอน อดอาหาร หรือหลังรับประทานใหม่ ๆ

7. มีอาการปวดศีรษะชนิดเวียนศีรษะ คลื่นไส้

 

Cr.health2click.com